← ตารางแข่งทั้งหมด
FTรอบรองชนะเลิศ15 ก.ค.
France
0–2
Spain
สนาม 14:00 · AT&T Stadium, Arlington

รายงานการแข่งขัน

Mikel OyarzabalPedro PorroDani Olmo

สเปน เอาชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศที่ AT&T Stadium เมือง อาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส (เตะตี 2 เช้าวันพุธที่ 15 ก.ค. เวลาไทย) ต่อหน้าผู้ชม 70,176 คน ประตูจาก Mikel Oyarzabal ในครึ่งแรกและ Pedro Porro ในครึ่งหลัง ส่ง กระทิงดุ ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ขณะที่ ฝรั่งเศส หล่นไปเล่นนัดชิงอันดับ 3

Oyarzabal เปิดสกอร์จากจุดโทษ

เกมเปิดฉากดุเดือด Adrien Rabiot รับใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 9 จากการเข้าสกัดรุนแรง ก่อนที่ สเปน จะได้จุดโทษในนาทีที่ 22 Mikel Oyarzabal รับหน้าที่สังหารด้วยซ้ายเข้ามุมบนขวาอย่างเฉียบขาด ขึ้นนำ 1-0 เป็นประตูที่ 5 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้

สเปน คุมจังหวะเกมได้เหนียวแน่นในแดนกลาง แม้ Marc Cucurella จะรับใบเหลืองในนาทีที่ 31 แต่เกมรับยังไม่เปิดช่องให้ ฝรั่งเศส เจาะเข้าถึงกรอบเขตโทษได้ง่าย จบครึ่งแรก กระทิงดุ นำอยู่ประตูเดียว

Porro ปิดเกม — Mbappé ถูกสกัดทั้งเกม

ครึ่งหลัง สเปน มาปิดเกมในนาทีที่ 58 จากจังหวะที่ Dani Olmo จ่ายให้ Pedro Porro ซัดด้วยขวาจากกลางกรอบเขตโทษเข้ามุมล่างขวา หนีห่างเป็น 2-0 ผลงานประตูที่ 2 ของแบ็กขวารายนี้

ฝรั่งเศส พยายามไล่ตามแต่เจาะแนวรับ สเปน ไม่ออก Kylian Mbappé ถูกประกบแน่นตลอดเกมและรับใบเหลืองในนาทีที่ 86 ทั้งเกมสองทีมยิงเข้ากรอบพอกันฝ่ายละ 10 ครั้ง แต่ สเปน เข้ากรอบน้อยกว่าและเปลี่ยนเป็นประตูได้คุ้มค่ากว่า จบเกม กระทิงดุ เก็บคลีนชีตผ่านเข้าชิงชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ อาร์เจนตินา ด้าน ฝรั่งเศส ต้องไปเล่นนัดชิงอันดับ 3

บทวิเคราะห์ก่อนเกม

Kylian MbappéLamine YamalPedri

ฝรั่งเศส พบ สเปน ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ AT&T Stadium เมือง Arlington (เวลาไทย: ตี 2 คืนวันอังคารที่ 14 ก.ค. ต่อเช้าวันพุธที่ 15 ก.ค.) — เกมระหว่างสองทีมยุโรปที่มาถึงจุดนี้ด้วยคนละสไตล์ ทีมหนึ่งมีเกมรุกที่ยิงกระจาย อีกทีมคุมเกมด้วยการครองบอล

จุดที่ต้องจับตา

ฝรั่งเศส เดินทางมาถึงรอบรองฯ ด้วยแนวรุกที่ทำประตูได้จากหลายจุด Kylian Mbappé เป็นหัวหอกที่อันตรายทุกครั้งที่ได้พื้นที่ในจังหวะสวนกลับ เสริมด้วย Ousmane Dembélé และ Désiré Doué ที่เติมเกมริมเส้น โจทย์ของ ฝรั่งเศส คือการหาจังหวะเปลี่ยนเกมให้เร็วเมื่อได้บอล เพราะถ้าปล่อยให้เกมยืดเยื้อในแดนกลาง คู่แข่งที่ถนัดครองบอลจะได้เปรียบ

สเปน มาด้วยเกมครองบอลที่เป็นเอกลักษณ์ กดคู่แข่งด้วยการต่อบอลและบีบพื้นที่ โดยมี Pedri เป็นแกนกลางคุมจังหวะ และ Lamine Yamal กับ Mikel Oyarzabal เป็นตัวเจาะ หากคุมแดนกลางและตัดจังหวะสวนกลับของ ฝรั่งเศส ได้ โอกาสเดินเกมตามแบบที่ถนัดก็จะมีมาก แต่ต้องระวังพื้นที่หลังแนวรับที่ Mbappé พร้อมใช้ความเร็วเจาะตลอดเวลา

เส้นทางสู่รอบชิง

ผู้ชนะคู่นี้จะผ่านเข้าไปรอชิงแชมป์โลก โดยจะพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ อาร์เจนตินา ที่เตะรอบรองฯ อีกคู่ในวันถัดมา ทั้ง ฝรั่งเศส และ สเปน ต่างชนะรวดในเส้นทางน็อกเอาต์ ทำให้เกมนี้เป็นการวัดกันระหว่างสองทีมที่ฟอร์มกำลังมาและยังไม่แพ้ใครในรอบแพ้คัดออก