ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่ Estadio Azteca ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่นเต็มความจุ และเจ้าภาพ เม็กซิโก ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง — ควบคุมเกมแทบทั้งแมตช์ก่อนปิดสกอร์ 2-0 เหนือ แอฟริกาใต้
ตารางแข่งทั้งหมด
กรองตามกลุ่ม/นัด หรือวันได้
นัดเปิดสนามของทั้งสองทีมกลายเป็นเกม "wild finish" ที่ เกาหลีใต้ ตามตีเสมอแล้วแซง เช็กเกีย 2-1 คว้าชัยนัดแรกของฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010
แคนาดา ลงเล่นฟุตบอลโลกนัดแรกในประวัติศาสตร์บนแผ่นดินตัวเอง ด้วยการไล่ตีเสมอ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 43,000 คนที่ BMO Field โทรอนโต เก็บคนละแต้มในเกมเปิดกลุ่ม B
สหรัฐฯ เจ้าภาพร่วมถล่ม ปารากวัย 4-1 เปิดหัวกลุ่ม D ต่อหน้าแฟนเต็มความจุ 70,492 คนที่ SoFi Stadium — Folarin Balogun ซัดสองประตูพาทีมนำขาดตั้งแต่ครึ่งแรก
กาตาร์ คว้าหนึ่งแต้มสุดดราม่า — ตามตีเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ในช่วงทดเวลาที่ Levi's Stadium ต่อหน้าผู้ชม 67,966 คน ทำให้กลุ่ม B ยิ่งเปิดกว้างหลังคู่ แคนาดา – บอสเนียฯ ก็จบ 1-1 เช่นกัน
บราซิล ออกสตาร์ทบอลโลกไม่สวย ถูก โมร็อกโก จับเสมอ 1-1 ในเกมเปิดกลุ่ม C ต่อหน้าแฟน 80,663 คนที่ MetLife Stadium — โมร็อกโก ทีมเจ้าของอันดับสี่เมื่อปี 2022 ขึ้นนำก่อนด้วยซ้ำ
สกอตแลนด์ เปิดหัวกลุ่ม C ด้วยชัยชนะ เฉือน เฮติ 1-0 ที่ Gillette Stadium ต่อหน้าแฟน 64,146 คน เก็บสามแต้มสำคัญในนัดแรก
ออสเตรเลีย เปิดตัวฟุตบอลโลกด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือ ตุรกี ที่ BC Place เมือง แวนคูเวอร์ — Nestory Irankunda กดประตูแรกครึ่งแรก ก่อน Connor Metcalfe ปิดเกมในครึ่งหลัง สามแต้มแรกของกลุ่ม D ที่ซ็อกเกอร์รูส์ขึ้นนำชั่วคราว
ทัพอินทรีเหล็ก เยอรมนี ออกสตาร์ตฟุตบอลโลกได้สมศักดิ์ศรีแชมป์โลก 4 สมัย ไล่ถล่ม กือราเซา ชาติน้องใหม่ขาดลอย 7-1 ในนัดเปิดหัวกลุ่ม E ที่ NRG Stadium เมือง Houston ต่อหน้าแฟนบอล 68,021 คน แม้จะถูกตามตีเสมอ 1-1 ช่วงต้นเกมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่หลังจากนั้นกลับมาเดินเครื่องกดรัวอีกหกประตูปิดเกมเบ็ดเสร็จ
ญี่ปุ่น ไล่เจ๊า เนเธอร์แลนด์ 2-2 ในเกมเปิดกลุ่ม F ที่ AT&T Stadium เมือง Arlington ต่อหน้าแฟนบอล 69,285 คน หลังตามหลังสองครั้ง แต่ส่งหัวตีเสมอช่วงท้ายเกมเก็บแต้มสำคัญ
ไอวอรีโคสต์ เฉือน เอกวาดอร์ 1-0 ในเกมนัดที่สองของกลุ่ม E ที่ Lincoln Financial Field เมือง ฟิลาเดลเฟีย ต่อหน้าผู้ชม 68,274 คน — ตัดสินกันที่ประตูช่วงท้ายเกมหลังยันกันมาทั้งแมตช์
สวีเดน เปิดตัวกลุ่ม F ได้อย่างถล่มทลาย อัด ตูนิเซีย 5-1 ที่ Estadio BBVA เมือง กวาดาลูเป ต่อหน้าแฟนบอล 50,987 คน — โชว์พลังแนวรุกที่ร้อนแรงสมคำร่ำลือ โดยมี Yasin Ayari เหมาสองประตูหัวท้ายเกม
อียิปต์ เก็บแต้มแรกในกลุ่ม G ได้อย่างน่าพอใจ ยัน เบลเยียม 1-1 ที่ Lumen Field เมือง ซีแอตเทิล ต่อหน้าแฟนบอล 66,775 คน — ทีมฟาโรห์ออกนำก่อนจากจังหวะของ Mohamed Salah ก่อนถูกตีเสมอด้วยลูกเข้าประตูตัวเองช่วงครึ่งหลัง
เคปเวิร์ด เก็บแต้มประวัติศาสตร์นัดเดบิวต์ฟุตบอลโลก ยัน สเปน หนึ่งในทีมเต็งคว้าแชมป์ไว้ได้ 0-0 ที่ Mercedes-Benz Stadium เมือง แอตแลนตา ต่อหน้าแฟนบอล 67,640 คน — เกมรับที่เป็นระเบียบหยุดทัพกระทิงดุที่ครองบอลถล่มทลายตลอดเก้าสิบนาที
นิวซีแลนด์ ขึ้นนำ อิหร่าน ถึงสองครั้ง ก่อนถูกตามตีเสมอ 2-2 ในนัดเปิดกลุ่ม G ที่ SoFi Stadium เมือง อิงเกิลวูด ต่อหน้าแฟนบอล 70,108 คน — เกมเปิดกว้างกว่าที่ฟอร์มสองทีมบอก โดย Elijah Just ของ นิวซีแลนด์ เหมาสองประตู แต่ อิหร่าน ตอบโต้กลับมาได้ทั้งสองหน
ซาอุดีอาระเบีย สร้างผลงานน่าประทับใจ ยัน อุรุกวัย 1-1 ที่ Hard Rock Stadium เมือง ไมแอมีการ์เดนส์ ต่อหน้าแฟนบอล 62,764 คน — ทีมจากเอเชียออกนำก่อนและเกือบเก็บชัยชนะ ก่อนถูกตีเสมอช่วงท้าย ทั้งที่ถูก อุรุกวัย ครองเกมถล่มทลายตลอดเก้าสิบนาที
ฝรั่งเศส งัดคลาสช่วงท้ายเกมเอาชนะ เซเนกัล 3-1 ในนัดเปิดกลุ่ม I ที่ MetLife Stadium เมือง อีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด ต่อหน้าแฟนบอล 80,545 คน — เกมตันมาตลอดครึ่งแรก ก่อน Kylian Mbappé เหมาสองประตูปลดล็อกให้ทีมตราไก่ออกสตาร์ตด้วยสามแต้ม
นอร์เวย์ เปิดตัวฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ ถล่ม อิรัก 4-1 ในนัดเปิดกลุ่ม I ที่ Gillette Stadium เมือง ฟ็อกซ์โบโร ต่อหน้าแฟนบอล 63,106 คน — Erling Haaland เหมาสองประตูตามคาด ขณะที่ อิรัก สู้ได้ครึ่งเดียวก่อนถูกทิ้งห่างในครึ่งหลัง
ลิโอเนล เมสซี โชว์ฟอร์มระดับตำนาน เหมาแฮตทริกพา อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 ในนัดเปิดกลุ่ม J ที่ Arrowhead Stadium เมือง แคนซัสซิตี ต่อหน้าแฟนบอล 69,045 คน — ทัพฟ้าขาวออกสตาร์ตป้องกันแชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
ออสเตรีย ออกสตาร์ตฟุตบอลโลก 2026 ด้วยชัยชนะ เอาชนะ จอร์แดน 3-1 ในนัดเปิดกลุ่ม J ที่ Levi's Stadium เมือง ซานตาคลารา ต่อหน้าแฟนบอล 68,527 คน — ทัพอินทรีคุมเกมได้เหนือกว่า แต่กว่าจะปิดเกมได้ก็ต้องรอจนช่วงทดเวลา
ดีอาร์ คองโก เก็บแต้มสำคัญในนัดเปิดกลุ่ม K ด้วยการยัน โปรตุเกส หนึ่งในทีมเต็งคว้าแชมป์ไว้ได้ 1-1 ที่ NRG Stadium เมือง ฮูสตัน ต่อหน้าแฟนบอล 68,777 คน — แม้จะครองบอลได้น้อยกว่า แต่ทีมจาก แอฟริกากลาง ก็ตีเสมอช่วงท้ายครึ่งแรกและยืนระยะได้จนจบเกม
อังกฤษ เปิดหัวกลุ่ม L ด้วยเกมดุเดือด เอาชนะ โครเอเชีย 4-2 ที่ AT&T Stadium เมือง อาร์ลิงตัน ต่อหน้าแฟนบอล 70,389 คน — เกมที่สองทีมผลัดกันทำประตูในครึ่งแรก ก่อน อังกฤษ จะเร่งเครื่องในครึ่งหลังปิดเกมด้วยคลาสที่เหนือกว่า Harry Kane เหมาสองประตูนำทัพ
กานา ฉวยจังหวะสวนกลับช่วงทดเวลาเอาชนะ ปานามา 1-0 ในนัดเปิดกลุ่ม L ที่ BMO Field เมือง โทรอนโต ต่อหน้าแฟนบอล 42,942 คน — เกมที่ ปานามา ครองบอลเหนือกว่าตลอดเก้าสิบนาที แต่ กานา เป็นฝ่ายได้สามแต้มจากประตูในนาทีสุดท้าย
โคลอมเบีย เริ่มต้นฟุตบอลโลก 2026 ด้วยชัยชนะ เอาชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 ที่ Estadio Azteca เมือง เม็กซิโกซิตี ต่อหน้าแฟนบอล 80,824 คน — ทีมกาแฟครองเกมเหนือกว่าและจบสกอร์ได้เฉียบในจังหวะสำคัญ แม้ อุซเบกิสถาน จะสู้ได้สนุกและตีเสมอในครึ่งหลัง
เช็กเกีย ออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 แต่ไปไม่สุด ถูก แอฟริกาใต้ ตีเสมอจากจุดโทษช่วงท้ายเกม จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ในนัดที่สองของกลุ่ม A ที่ Mercedes-Benz Stadium เมือง แอตแลนตา ต่อหน้าแฟนบอล 67,442 คน — ผลที่ทำให้ทั้งสองทีมยังเก็บได้แค่แต้มเดียว และงานเข้ารอบยากขึ้นทั้งคู่
สวิตเซอร์แลนด์ ระเบิดฟอร์มช่วง 20 นาทีสุดท้าย ถล่ม บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 4-1 ในนัดที่สองของกลุ่ม B ที่ SoFi Stadium เมือง อิงเกิลวูด ต่อหน้าแฟนบอล 70,026 คน — เก็บสามแต้มแรกได้สำเร็จ พร้อมขยับขึ้นมาเบียดหัวตารางกลุ่ม
แคนาดา เปิดเกมรุกถล่มไม่ยั้ง อัด กาตาร์ ที่เหลือ 9 คน ขาดลอย 6-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม B ที่ BC Place เมือง แวนคูเวอร์ ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 52,497 คน — เจ้าภาพร่วมเก็บสามแต้มแรกบนแผ่นดินตัวเองได้แบบขาดลอย พร้อมพุ่งขึ้นนำกลุ่มด้วยผลต่างประตู
เม็กซิโก เก็บชัยนัดที่สองด้วยประตูเดียวของ Luis Romo เฉือน เกาหลีใต้ 1-0 ในเกมชี้จ่าฝูงกลุ่ม A ที่ Estadio Akron เมือง ซาโปปัน ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 45,522 คน — เจ้าภาพชนะสองนัดรวด ทะยานขึ้นนำกลุ่มแบบเต็มตัวด้วย 6 แต้ม
โมร็อกโก เก็บสามแต้มสำคัญด้วยประตูเดียวช่วงต้นเกมของ Ismael Saibari เฉือน สกอตแลนด์ 1-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม C ที่ Gillette Stadium เมือง ฟ็อกซ์โบโร ต่อหน้าแฟนบอล 64,146 คน — ทีมสิงโตแอตลาสทวงคืนความหวังเข้ารอบ และดัน สกอตแลนด์ หลุดจากตำแหน่งจ่าฝูง
สหรัฐอเมริกา เก็บชัยนัดที่สองรวด เอาชนะ ออสเตรเลีย 2-0 ในเกมชี้จ่าฝูงกลุ่ม D ที่ Lumen Field เมือง ซีแอตเทิล ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 66,925 คน — เจ้าภาพร่วมเก็บ 6 แต้มเต็มขึ้นนำกลุ่มอย่างมั่นคง พร้อมรักษาคลีนชีตเป็นนัดที่สองติดต่อกัน
บราซิล กลับมาโชว์ฟอร์มเต็มสูบ เหมาสามประตูรวดในครึ่งแรกถล่ม เฮติ 3-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม C ที่ Lincoln Financial Field เมือง ฟิลาเดลเฟีย ต่อหน้าแฟนบอล 68,324 คน — ทัพแซมบ้าทวงคืนตำแหน่งจ่าฝูงหลังออกสตาร์ตด้วยผลเสมอในนัดแรก
ปารากวัย สร้างเกมพลิกล็อก เก็บชัยทั้งที่เหลือผู้เล่น 10 คนเกือบครึ่งเกม เฉือน ตุรกี 1-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม D ที่ Levi's Stadium เมือง ซานตาคลารา ต่อหน้าแฟนบอล 68,827 คน — ทัพอัลบีร์โรฮาทวงคืนความหวังเข้ารอบ ขณะที่ ตุรกี แพ้สองนัดรวดและเข้าสู่ภาวะวิกฤต
เยอรมนี พลิกแซงในช่วงทดเวลา เอาชนะ ไอวอรีโคสต์ 2-1 ในเกมชี้จ่าฝูงกลุ่ม E ที่ BMO Field เมือง โทรอนโต ต่อหน้าแฟนบอล 43,036 คน — Deniz Undav เหมาสองประตูพาทีมอินทรีเหล็กเก็บ 6 แต้มเต็มขึ้นนำกลุ่ม หลังตามหลังเกือบทั้งเกม
เนเธอร์แลนด์ ระเบิดฟอร์มแดนรุก ถล่ม สวีเดน 5-1 ในนัดที่สองของกลุ่ม F ที่ NRG Stadium เมือง ฮูสตัน ต่อหน้าแฟนบอล 68,777 คน — อัศวินสีส้มทวงคืนความหวังเข้ารอบด้วยชัยชนะนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ พร้อมแซงขึ้นนำกลุ่ม
เอกวาดอร์ ครองเกมฝ่ายเดียวแต่เจาะไม่เข้า ถูก กือราเซา ยันไร้สกอร์ 0-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม E ที่ Arrowhead Stadium เมือง แคนซัสซิตี ต่อหน้าแฟนบอล 68,598 คน — ทีมจากอเมริกาใต้กดดันทั้งเกม แต่เกมรับสุดอึดของ กือราเซา ทำให้ต้องแบ่งแต้มกัน
ญี่ปุ่น โชว์ฟอร์มเต็มสูบ ถล่ม ตูนิเซีย 4-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม F ที่ Estadio BBVA เมือง มอนเตร์เรย์ ต่อหน้าแฟนบอล 51,243 คน — Ayase Ueda เหมาสองประตูนำทัพซามูไรบลูเก็บสามแต้มสำคัญที่พาทีมขึ้นมาเบียดหัวตารางกลุ่ม
เบลเยียม กับ อิหร่าน แบ่งแต้มกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม G ที่ SoFi Stadium เมือง อิงเกิลวูด ต่อหน้าแฟนบอล 70,317 คน — เกมที่ เบลเยียม ครองบอลและกดดันเหนือกว่าชัดเจน แต่ต้องลงเอยด้วยการเล่นสิบคนช่วงท้ายและเจาะแนวรับ อิหร่าน ที่เหนียวแน่นไม่สำเร็จ
สเปน เปิดฟอร์มทีมเต็งเต็มสูบ ถล่ม ซาอุดีอาระเบีย 4-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม H ที่ Mercedes-Benz Stadium เมือง แอตแลนตา ต่อหน้าแฟนบอล 68,239 คน — จบสามประตูรวดในครึ่งแรกชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนปิดท้ายในครึ่งหลัง ลบภาพเกมเสมอไร้สกอร์นัดแรกได้หมดจด
อียิปต์ พลิกกลับมาเอาชนะ นิวซีแลนด์ 3-1 ในนัดที่สองของกลุ่ม G ที่ BC Place เมือง แวนคูเวอร์ ต่อหน้าแฟนบอล 52,497 คน — เกมที่ นิวซีแลนด์ ออกนำก่อนตั้งแต่ต้น แต่ อียิปต์ ที่มี Mohamed Salah เป็นหัวหอกค่อย ๆ ไล่กลับมาแซงในครึ่งหลัง คว้าชัยนัดแรกของทัวร์นาเมนต์และขึ้นนำกลุ่ม
อุรุกวัย กับ เคปเวิร์ด ดวลกันสนุก จบเสมอ 2-2 ในนัดที่สองของกลุ่ม H ที่ Hard Rock Stadium เมือง ไมอามี การ์เดนส์ ต่อหน้าแฟนบอล 64,003 คน — เกมที่ เคปเวิร์ด ออกนำก่อน ก่อน อุรุกวัย พลิกกลับมานำในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่สุดท้ายถูกตีเสมอในครึ่งหลัง ทำให้ทีมหมู่เกาะเก็บแต้มสำคัญต่อเนื่อง
ฝรั่งเศส เดินหน้าเก็บชัยนัดที่สองอย่างสบาย ๆ เอาชนะ อิรัก 3-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม I ที่ Lincoln Financial Field เมือง ฟิลาเดลเฟีย ต่อหน้าแฟนบอล 68,324 คน — Kylian Mbappé เหมาสองประตู ปิดท้ายด้วย Ousmane Dembélé พา ทีมตราไก่ คว้าตั๋วรอบน็อกเอาต์ก่อนใครในกลุ่ม
ลิโอเนล เมสซี เหมาสองประตูพา อาร์เจนตินา แชมป์เก่าเอาชนะ ออสเตรีย 2-0 ในเกมชี้จ่าฝูงกลุ่ม J ที่ AT&T Stadium เมือง อาร์ลิงตัน ต่อหน้าแฟนบอล 70,649 คน — ทัพฟ้าขาวคว้าชัยสองนัดรวด การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์และขึ้นนำกลุ่มเต็มตัว แม้กัปตันวัยเก๋าจะยิงจุดโทษพลาดตั้งแต่ต้นเกม
นอร์เวย์ เก็บชัยนัดที่สองในเกมดุเดือด เอาชนะ เซเนกัล 3-2 ในนัดที่สองของกลุ่ม I ที่ MetLife Stadium เมือง อีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด ต่อหน้าแฟนบอล 80,663 คน — Erling Haaland เหมาสองประตูพาทีมไวกิ้งเข้ารอบน็อกเอาต์ ขณะที่ Ismaïla Sarr เหมาคู่ให้ เซเนกัล แต่ไม่พอกอบกู้เกม
แอลจีเรีย พลิกกลับมาเอาชนะ จอร์แดน 2-1 ในนัดที่สองของกลุ่ม J ที่ Levi's Stadium เมือง ซานตาคลารา ต่อหน้าแฟนบอล 68,371 คน — เกมที่ จอร์แดน ออกนำก่อนจากจังหวะสวนกลับ แต่ แอลจีเรีย ที่ครองบอลท่วมท้นค่อย ๆ ทวงเกมคืนและพลิกแซงในครึ่งหลัง คว้าสามแต้มแรกของทัวร์นาเมนต์
โปรตุเกส กลับมาโชว์ฟอร์มทีมเต็งเต็มสูบ ถล่ม อุซเบกิสถาน 5-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม K ที่ NRG Stadium เมือง ฮูสตัน ต่อหน้าแฟนบอล 68,777 คน — Cristiano Ronaldo ซัดเบิ้ลนำทัพ ลบภาพเกมที่ถูก ดีอาร์ คองโก ค้ำไว้ในนัดแรกได้หมดจด
อังกฤษ ครองเกมฝ่ายเดียวแต่เจาะไม่เข้า ถูก กานา ยันไร้สกอร์ 0-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม L ที่ Gillette Stadium เมือง ฟ็อกซ์โบโร ต่อหน้าแฟนบอล 63,983 คน — ทัพสิงโตคำรามครองบอลเกือบทั้งเกม แต่เกมรับสุดอึดของ กานา ทำให้ต้องแบ่งแต้มกันไป
โครเอเชีย เก็บสามแต้มสำคัญจากประตูเดียวในครึ่งหลัง เอาชนะ ปานามา 1-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม L ที่ BMO Field เมือง โทรอนโต ต่อหน้าแฟนบอล 43,036 คน — ชัยชนะที่ช่วยปลุกความหวังเข้ารอบของรองแชมป์โลกขึ้นมาทันที หลังพ่ายนัดแรก
โคลอมเบีย เก็บชัยนัดที่สองด้วยประตูเดียวในครึ่งหลัง เอาชนะ ดีอาร์ คองโก 1-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม K ที่ Estadio Akron เมือง ซาโปปัน ต่อหน้าแฟนบอล 45,358 คน — ทีมกาแฟครองเกมเหนือกว่าตลอดเก้าสิบนาที และจบสามแต้มสำคัญที่พาทีมเข้ารอบน็อกเอาต์
เม็กซิโก ปิดรอบแบ่งกลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ เอาชนะ เช็กเกีย 3-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม A ที่ Estadio Azteca เมือง เม็กซิโกซิตี ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 80,824 คน — เจ้าภาพเก็บชัยนัดที่สามรวดบนแผ่นดินตัวเอง คว้าแชมป์กลุ่มด้วยสถิติไม่เสียประตูเลยทั้งสามนัด
แอฟริกาใต้ พลิกความคาดหมายคว้าตั๋วรอบสอง เอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม A ที่ Estadio BBVA เมือง มอนเตร์เรย์ ต่อหน้าแฟนบอล 51,243 คน — ประตูเดียวในครึ่งหลังจาก Thapelo Maseko พาทีมบาฟานา บาฟานา แซงขึ้นอันดับสองของกลุ่ม ส่งให้ เกาหลีใต้ ตกไปอยู่อันดับสาม
สวิตเซอร์แลนด์ คว้าแชมป์กลุ่ม B ด้วยการพลิกเอาชนะ แคนาดา 2-1 ในนัดสุดท้ายที่ BC Place เมือง แวนคูเวอร์ ต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่น 52,497 คน — ทัพกางเขนขาวจบสกอร์ได้เฉียบกว่าและเก็บชัยนัดที่สองรวด ขณะที่เจ้าภาพร่วมแพ้นัดแรกของทัวร์นาเมนต์แต่ยังผ่านเข้ารอบ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะ เอาชนะ กาตาร์ 3-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม B ที่ Lumen Field เมือง ซีแอตเทิล ต่อหน้าแฟนบอล 66,925 คน — เก็บสามแต้มแรกได้สำเร็จ แต่ผลต่างประตูที่ตามหลังทำให้ได้เพียงอันดับสามของกลุ่ม
บราซิล ปิดรอบแบ่งกลุ่มอย่างยิ่งใหญ่ เอาชนะ สกอตแลนด์ 3-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม C ที่ Hard Rock Stadium เมือง ไมอามี การ์เดนส์ ต่อหน้าแฟนบอล 64,478 คน — Vinícius Júnior เหมาสองประตูนำทัพแซมบ้าคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง
โมร็อกโก ดวลกันมันส์ก่อนพลิกเอาชนะ เฮติ 4-2 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม C ที่ Mercedes-Benz Stadium เมือง แอตแลนตา ต่อหน้าแฟนบอล 68,239 คน — เกมหกประตูที่ทีมสิงโตแอตลาสต้องไล่ตามถึงสองครั้งก่อนเร่งเครื่องปิดเกมในครึ่งหลัง คว้าอันดับสองของกลุ่มเข้ารอบน็อกเอาต์
ตุรกี ปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะสุดดราม่า พลิกเอาชนะ สหรัฐอเมริกา 3-2 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม D ที่ SoFi Stadium เมือง อิงเกิลวูด ต่อหน้าแฟนบอล 70,492 คน — ประตูชัยในช่วงทดเวลายาวของ Kaan Ayhan ทำให้ทีมจากยุโรปจบแคมเปญด้วยผลงานที่ดีขึ้น แม้จะไม่พอผ่านเข้ารอบ
ออสเตรเลีย กับ ปารากวัย แบ่งแต้มกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ในเกมตัดสินอันดับสองของกลุ่ม D ที่ Levi's Stadium เมือง ซานตาคลารา ต่อหน้าแฟนบอล 68,827 คน — ผลเสมอที่เพียงพอให้ ออสเตรเลีย คว้าตั๋วรอบน็อกเอาต์ด้วยผลต่างประตูที่ดีกว่า
ไอวอรีโคสต์ เก็บสามแต้มสำคัญ เอาชนะ กือราเซา 2-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม E ที่ Lincoln Financial Field เมือง ฟิลาเดลเฟีย ต่อหน้าแฟนบอล 68,324 คน — Nicolas Pépé เหมาสองประตูพาทีมช้างคว้าตั๋วรอบน็อกเอาต์
เอกวาดอร์ พลิกกลับมาเอาชนะ เยอรมนี 2-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม E ที่ MetLife Stadium เมือง อีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด ต่อหน้าแฟนบอล 80,663 คน — ทีมจากอเมริกาใต้คว้าชัยน่าประทับใจเหนือทีมเต็ง แต่ผลคู่ขนานทำให้ได้เพียงอันดับสามของกลุ่ม
ญี่ปุ่น แบ่งแต้ม สวีเดน 1-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม F ที่ AT&T Stadium เมือง อาร์ลิงตัน ต่อหน้าแฟนบอล 70,137 คน — ผลเสมอที่เพียงพอให้ทัพซามูไรบลูคว้าตั๋วรอบน็อกเอาต์ ขณะที่ สวีเดน ทำได้เพียงอันดับสามของกลุ่ม
เนเธอร์แลนด์ ออกสตาร์ตสองลูกรวดก่อนปิดเกม เอาชนะ ตูนิเซีย 3-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม F ที่ Arrowhead Stadium เมือง แคนซัสซิตี ต่อหน้าแฟนบอล 68,391 คน — ทัพออรานเยเก็บชัยคว้าแชมป์กลุ่มอย่างมั่นใจ
อียิปต์ กับ อิหร่าน แบ่งแต้มกัน 1-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม G ที่ Lumen Field เมือง ซีแอตเทิล ต่อหน้าแฟนบอล 66,925 คน — ผลเสมอที่พา อียิปต์ ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะอันดับสอง ขณะที่ อิหร่าน ที่เสมอครบทั้งสามนัดต้องลุ้นตั๋วทีมอันดับสาม
เบลเยียม ระเบิดฟอร์มในเกมที่ต้องการที่สุด ถล่ม นิวซีแลนด์ 5-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม G ที่ BC Place เมือง แวนคูเวอร์ ต่อหน้าแฟนบอล 52,497 คน — ชัยชนะขาดลอยที่พาทัพปีศาจแดงพลิกขึ้นมาคว้าแชมป์กลุ่มหลังออกสตาร์ตอย่างสะดุดในสองนัดแรก
เคปเวิร์ด เขียนประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรก หลังยัน ซาอุดีอาระเบีย ไร้สกอร์ 0-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม H ที่ NRG Stadium เมือง ฮูสตัน ต่อหน้าแฟนบอล 68,278 คน — ผลเสมอที่ทำให้ทีมหมู่เกาะแอตแลนติกผ่านเข้ารอบสองในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของชาติ
สเปน เก็บชัยนัดที่สามด้วยประตูเดียวในครึ่งแรก เอาชนะ อุรุกวัย 1-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม H ที่ Estadio Akron เมือง ซาโปปัน — ทัพกระทิงดุปิดรอบแบ่งกลุ่มในฐานะจ่าฝูงด้วยสถิติไม่เสียประตูเลยตลอดสามนัด ส่งให้ อุรุกวัย ทีมเต็งต้องตกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง
ฝรั่งเศส คว้าแชมป์กลุ่ม I อย่างยิ่งใหญ่ ถล่ม นอร์เวย์ 4-1 ในเกมชี้จ่าฝูงที่ Gillette Stadium เมือง ฟ็อกซ์โบโร ต่อหน้าแฟนบอล 64,146 คน — Ousmane Dembélé เหมาแฮตทริกในเกมที่ทัพตราไก่จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติชนะสามนัดรวด
เซเนกัล ปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะขาดลอย ถล่ม อิรัก 5-0 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม I ที่ BMO Field เมือง โทรอนโต ต่อหน้าแฟนบอล 43,036 คน — เกมที่ทีมสิงโตเตอรังกาเดินเครื่องเต็มสูบเหนือคู่แข่งที่เหลือสิบคนตั้งแต่ต้นเกม Pape Gueye เหมาสองประตูนำทัพ
แอลจีเรีย กับ ออสเตรีย เปิดเกมแลกกันสุดมันส์ จบ 3-3 ในนัดปิดกลุ่ม J ที่ Arrowhead Stadium เมือง แคนซัสซิตี — เกมหกประตูที่ลุ้นกันถึงนาทีสุดท้าย และทิ้งศึกชิงอันดับสองไว้ตัดสินด้วยผลต่างประตู
อาร์เจนตินา คุมเกมเบ็ดเสร็จ เอาชนะ จอร์แดน 3-1 ในนัดปิดกลุ่ม J ที่ AT&T Stadium เมือง อาร์ลิงตัน — ชัยชนะที่ทำให้แชมป์เก่าจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติชนะรวดสามนัดในฐานะจ่าฝูง
โคลอมเบีย กับ โปรตุเกส แบ่งแต้มกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ในนัดปิดกลุ่ม K ที่ Hard Rock Stadium เมือง ไมแอมีการ์เดนส์ ต่อหน้าแฟนบอล 64,478 คน — ผลเสมอที่ทั้งสองทีมเข้ารอบน็อกเอาต์อยู่แล้ว แต่ตัดสินอันดับในกลุ่ม
ดีอาร์ คองโก พลิกกลับมาถล่ม อุซเบกิสถาน 3-1 ในนัดปิดกลุ่ม K ที่ Mercedes-Benz Stadium เมือง แอตแลนตา ต่อหน้าแฟนบอล 68,239 คน — ชัยชนะที่พาทีมจบด้วยสี่แต้มและลุ้นตั๋วทีมอันดับสาม
อังกฤษ คุมเกมเหนือชั้นและเก็บชัย 2-0 เหนือ ปานามา ในนัดปิดกลุ่ม L ที่ MetLife Stadium รัฐ นิวเจอร์ซีย์ ต่อหน้าแฟนบอล 80,663 คน — ชัยชนะที่ส่งทัพสิงโตคำรามจบอันดับหนึ่งของกลุ่มเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
โครเอเชีย กลับมาเฉือน กานา 2-1 ในนัดปิดกลุ่ม L ที่ Lincoln Financial Field เมือง ฟิลาเดลเฟีย ต่อหน้าแฟนบอล 68,324 คน — ชัยชนะที่พาทัพตราหมากรุกแซงคว้าอันดับสองของกลุ่มเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
