รายงานการแข่งขัน
ปารากวัย ช็อก เยอรมนี ดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ใน 120 นาทีที่ Gillette Stadium เมือง ฟ็อกซ์โบโร — Julio Enciso โหม่งนำก่อนถูก Kai Havertz ตีเสมอ จากนั้นเป็นเกมที่ เยอรมนี ทุบประตูแต่เจาะไม่ขาด ลากไปจนถึงดวลลูกโทษและพ่ายอย่างน่าเจ็บใจ
เยอรมัน บุกแต่เจาะกำแพงไม่ได้
เยอรมนี เป็นฝ่ายคุมเกมเบ็ดเสร็จ ครองบอลถึง 75.6%, ยิงรวม 21 ครั้ง และได้คอร์เนอร์ถึง 16 ครั้ง แต่กลับเข้ากรอบเพียง 6 — สถิติที่บอกชัดว่าทัพอินทรีเหล็กผลิตโอกาสเยอะแต่ขาดความเด็ดขาดในจังหวะตัดสิน ผู้รักษาประตู ปารากวัย เซฟไป 6 ครั้ง และตั้งบล็อกในเขตโทษได้แน่นแทบทุกจังหวะ
ตรงข้ามกับ ปารากวัย ที่ครองบอลเพียง 24.4% และยิงรวมแค่ 7 ครั้ง — เน้นตั้งรับลึก รอจังหวะสวนกลับ พร้อมใช้ฟาวล์ตัดเกมไปถึง 12 ครั้ง โดยมี Andrés Cubas เป็นหัวใจของเกมรับแดนกลาง
เอนซิโซ่ ขึ้นนำก่อน ฮาเวิร์ตซ์ ตีเสมอ
ปารากวัย ได้ประตูออกนำในจังหวะลูกตั้งเตะนาที 42' เมื่อ Matías Galarza เปิดบอลจากริมเส้น Julio Enciso ขยับเข้าจุดโทษและโหม่งจากกลางเขตเข้าตาข่ายเข้าไป — ลูกที่ออกแบบมาดีและคว้าจังหวะรับลูกตั้งเตะของ เยอรมนี ที่อ่อนกว่าทั้งเกม
ครึ่งหลังนาที 54' เยอรมนี ได้ลูกตั้งเตะ Florian Wirtz เปิดเข้าหน้าประตู Kai Havertz ลอยตัวขึ้นโหม่งจากกลางเขตโทษเข้าเสาไกล เกมกลับมาเสมอ 1-1 และ เยอรมนี เร่งทำเกมรุกหวังจบในเวลาปกติ แต่แม้จะถาโถมแค่ไหน ลูกของทัพอินทรีเหล็กก็ไม่ผ่านเข้าไปอีกประตู
ดวลโทษ ปารากวัย ใจไม่ฝ่อ
เกมลากเข้าต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมเล่นกันแบบหวาดระแวง มีใบเหลืองแลกกันรอบ 4 คน (Havertz, Musiala, Galarza, Cubas) แต่ไม่มีใครเปลี่ยนสกอร์ได้ จนต้องตัดสินด้วยลูกโทษ
ในจังหวะดวลโทษ ปารากวัย เก็บได้ครบ 4 ลูก ขณะที่ เยอรมนี พลาด 1 ลูก — ผลรวมจุดโทษ 4-3 ส่งทัพ อัลบีร์โรฆา เข้ารอบ 16 ทีมแบบที่แม้แต่กองเชียร์ตัวเองยังตั้งตัวไม่ทัน
สรุป
ผล 1-1 (จุดโทษ 4-3) คือเกมที่บอกว่าฟุตบอลแพ้คัดออกไม่จำเป็นต้องครองเกมเหนือกว่าก็เข้ารอบได้ — ปารากวัย ตั้งรับด้วยวินัย รอจังหวะ และใจถึงในลูกโทษ ส่วน เยอรมนี ตกรอบเร็วกว่าที่หลายคนคาดทั้งที่มีสถิติเหนือกว่าเกือบทุกด้าน ฟุตบอลในเกมแพ้คัดออกตัดสินกันที่จังหวะ ไม่ใช่สถิติ
บทวิเคราะห์ก่อนเกม
เยอรมนี พบ ปารากวัย ที่ Gillette Stadium เมือง ฟอกซ์โบโร (เวลาไทย: เช้ามืดวันอังคารที่ 30 มิ.ย. ตี 3 ครึ่ง — คืนวันจันทร์) ในรอบ 32 ทีม — แชมป์กลุ่ม E เจอทีมอันดับสามที่ฝ่าเข้ารอบมาด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น
จุดที่ต้องจับตา
เยอรมนี มาในฐานะแชมป์กลุ่ม E ด้วยแนวรุกที่หลากหลายและเล่นเกมบุกเป็นหลัก Jamal Musiala คือตัวสร้างความแตกต่างด้วยการเลี้ยงในพื้นที่แคบ ขณะที่ Kai Havertz เป็นเป้าหมายในกรอบเขตโทษและถอยลงมาเชื่อมเกมได้ โจทย์ของอินทรีเหล็กคือการเจาะเกมรับที่ตั้งมาดีให้แตกก่อนเกมจะตึงมือ
ปารากวัย เข้ารอบในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด จุดแข็งคือเกมรับที่มีวินัยและการต่อสู้กลางสนามที่ดุดัน โดยมี Miguel Almirón เป็นตัวความเร็วในจังหวะสวนกลับ ถ้า ปารากวัย ปิดพื้นที่กลางได้และไม่เสียประตูง่าย เกมนี้ก็อาจยืดเยื้อจนกดดัน เยอรมนี ได้
เกมแพ้คัดออก
เยอรมนี เป็นต่อในแง่คุณภาพผู้เล่นและประสบการณ์เวทีใหญ่ แต่การเจอทีมที่ตั้งรับลึกในเกมแพ้คัดออกคือกับดักคลาสสิก หากเปิดประตูแรกไม่ได้เร็ว ความกดดันจะตกอยู่ที่ทีมเต็ง ส่วน ปารากวัย รู้ดีว่าโอกาสของตัวเองอยู่ที่ความอดทนและจังหวะเดียวที่เฉียบคม
