รายงานการแข่งขัน
บราซิล หืดจับ ญี่ปุ่น 2-1 ที่ NRG Stadium เมือง ฮูสตัน ต่อหน้าแฟนบอล 68,777 คน — เซเลเซา ตามตีเสมอจากโหม่งของ Casemiro ก่อน Gabriel Martinelli ซัดชัยในจังหวะทดเวลาช่วงท้าย พา บราซิล เข้าสู่รอบ 16 ทีมแบบเฉียดฉิว
ซามูไรเปิดสกอร์ก่อนแบบไม่มีใครคาด
ญี่ปุ่น เป็นฝ่ายลงนามขึ้นนำในเกมที่ บราซิล ครองบอลถึง 68.6% ตลอดทั้งครึ่ง เมื่อ Kaishu Sano จับจังหวะซัดด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษเข้าไปนาทีที่ 29' หลังจาก เซเลเซา เดินบอลพลาดตรงแดนกลาง เป็นประตูสวนกระแสที่บอกชัดว่าทีมจากเอเชียมาทัวร์นาเมนต์นี้พร้อมสู้ทุกทีม
เกมรับของ ญี่ปุ่น ยังเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้รักษาประตูเซฟไป 4 ครั้ง และเก็บเกมในเขตโทษได้แน่นมาตลอดเกือบทั้งครึ่งหลัง สลับให้ บราซิล เสียจังหวะเล่นรุก แม้จะยิงรวม 19 ครั้งและเข้ากรอบ 7 ก็ยังเจาะไม่ขาด
คาเซมิโร่ ตีเสมอ มาร์ตีเนลลี่ ปิดเกม
จุดเปลี่ยนมาที่ 56' เมื่อ บราซิล ได้ลูกตั้งเตะจากริมเส้น Gabriel Magalhães ยกเป้าหมายเข้าหน้าประตู ก่อน Casemiro ลอยตัวขึ้นโหม่งจากระยะใกล้เข้ากลางตาข่าย เกมกลับมาเสมอ 1-1 และดันให้ บราซิล เร่งทำเกมรุกเต็มสูบ
บราซิล อัดต่อแต่ ญี่ปุ่น ยังตั้งหลักรับได้ จนเหมือนเกมจะลากไปต่อเวลา ก่อนช่วงทดเวลา 90+5' Bruno Guimarães เปิดบอลจากแดนกลางให้ Gabriel Martinelli เลี้ยงตัดเข้าใน ซัดด้วยขวาเข้ามุมไกล ผู้รักษาประตู ญี่ปุ่น สัมผัสได้แต่ไม่อาจปัดออก — ประตูชัยที่ส่ง เซเลเซา เข้ารอบ 16 ทีมอย่างทุลักทุเล
สรุป
ชัยชนะ 2-1 พา บราซิล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมในเกมที่เกือบจะหลุดมือ — แม้สถิติครองบอล 68.6% และยิงรวมถึง 19 ครั้งจะดูเหนือกว่าชัดเจน แต่การเปลี่ยนเป็นประตูทำได้ยากจนถึงเฮือกสุดท้าย ส่วน ญี่ปุ่น แม้ตกรอบแต่แสดงให้ทั้งทัวร์นาเมนต์เห็นว่าซามูไรน้ำเงินไม่ใช่ขนมหวานในเกมแพ้คัดออก
บทวิเคราะห์ก่อนเกม
บราซิล พบ ญี่ปุ่น ที่ NRG Stadium เมือง ฮิวสตัน (เวลาไทย: เที่ยงคืนวันอังคารที่ 30 มิ.ย. — คืนวันจันทร์) ในรอบ 32 ทีม — เกมที่แนวรุกจอมเทคนิคของทีมแซมบ้าต้องเจอกับทีมเอเชียที่เล่นเป็นระบบและฟอร์มดีตลอดรอบแรก
จุดที่ต้องจับตา
บราซิล เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม C ด้วยเกมรุกที่ลื่นไหล Vinícius Júnior คือตัวอันตรายที่สุดในการเลี้ยงทะลวงและจบสกอร์ โดยมี Matheus Cunha คอยเปิดช่องและสลับตำแหน่งในแดนหน้า ความเร็วและการจ่ายบอลสั้นในพื้นที่แคบคืออาวุธที่ ญี่ปุ่น ต้องระวังมากที่สุด
ญี่ปุ่น ผ่านเข้ารอบเป็นรองแชมป์กลุ่ม F ด้วยการเล่นเป็นทีมที่มีวินัยและกดเพรสซิ่งดี Daichi Kamada เป็นมันสมองกลางสนามที่เชื่อมเกมรับขึ้นเกมรุกได้เนียน หาก ญี่ปุ่น รักษารูปทรงทีมและไม่เปิดช่องว่างให้แนวรุก บราซิล เกมนี้ก็สูสีกว่าที่หลายคนคาด
เกมแพ้คัดออก
บราซิล มากด้วยคุณภาพผู้เล่นรายตัว แต่เกมแพ้คัดออกกับทีมที่มีระเบียบอย่าง ญี่ปุ่น ไม่เคยง่าย ทีมแซมบ้าต้องหาประตูให้ได้ก่อนเพื่อบีบให้ ญี่ปุ่น เปิดเกม ส่วน ญี่ปุ่น ต้องอดทนและหวังจังหวะสวนกลับที่เฉียบคม
