← ตารางแข่งทั้งหมด
FT (ต่อเวลา)ชิงชนะเลิศ20 ก.ค.
Spain
1–0
Argentina
สนาม 15:00 · MetLife Stadium, New Jersey

รายงานการแข่งขัน

Ferran TorresNico WilliamsLamine Yamal

สเปน เอาชนะ อาร์เจนตินา 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ ในนัดชิงชนะเลิศที่ MetLife Stadium รัฐ นิวเจอร์ซีย์ (เตะตี 2 คืนวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ต่อเช้าวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. เวลาไทย) จากประตูชัยของ Ferran Torres ในช่วงต่อเวลา คว้าแชมป์โลกสมัยแรกในทัวร์นาเมนต์นี้

เกมรับแน่นสองทีม — Enzo Fernández โดนไล่ออก

เกมในเวลาปกติเป็นการวัดกันที่เกมรับที่รัดกุมของทั้งสองทีม สเปน ครองบอลเดินเกมตามสไตล์ แต่เจาะแนวรับ อาร์เจนตินา ที่จัดวางเป็นระเบียบไม่ได้ ขณะที่ อาร์เจนตินา รอจังหวะสวนกลับและสะสมใบเหลืองจากการปะทะดุเดือด จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงช่วงทดเวลาครึ่งหลัง นาทีที่ 90+3 เมื่อ Enzo Fernández รับใบเหลืองใบที่สองกลายเป็นใบแดง ทำให้ อาร์เจนตินา เหลือ 10 คนลงเล่นในช่วงต่อเวลา

Ferran Torres ซัดชัยในช่วงต่อเวลา

การเล่นมากกว่าหนึ่งคนเปิดทางให้ สเปน กดเกมหนักขึ้นในช่วงต่อเวลา และได้ประตูชัยในนาทีที่ 106 เมื่อ Nico Williams โหม่งเขี่ยบอลให้ Ferran Torres ซัดด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษเข้ากลางประตู ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ สเปน จะประคองเกมรับปิดชัยในช่วงเวลาที่เหลือ

สเปน คว้าแชมป์โลกไปครอง ปิดฉากเส้นทางที่ชนะรวดตลอดรอบน็อกเอาต์ ส่วน อาร์เจนตินา แชมป์เก่าจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ หลังสู้จนหมดแรงด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงต่อเวลา

บทวิเคราะห์ก่อนเกม

Lamine YamalLionel MessiLautaro Martínez

สเปน พบ อาร์เจนตินา ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ MetLife Stadium รัฐ นิวเจอร์ซีย์ (เวลาไทย: ตี 2 คืนวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ต่อเช้าวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.) — คู่ชิงแชมป์โลกระหว่างทีมครองบอลจอมเทคนิคของยุโรปกับแชมป์เก่าจอมเก๋าจากอเมริกาใต้ ทั้งสองทีมชนะรวดตลอดเส้นทางน็อกเอาต์มาถึงนัดสุดท้าย

จุดที่ต้องจับตา

สเปน เดินทางมาถึงนัดชิงด้วยเกมครองบอลที่เป็นเอกลักษณ์ กดคู่แข่งด้วยการต่อบอลและบีบพื้นที่ โดยมี Pedri กับ Mikel Merino คุมจังหวะกลางสนาม และ Lamine Yamal เป็นตัวเจาะริมเส้นที่อันตรายที่สุด หลังเพิ่งเอาชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองฯ ด้วยการคุมเกมได้เบ็ดเสร็จ โจทย์ของ สเปน คือการรักษาจังหวะครองบอลและไม่เปิดช่องให้เกมสวนกลับของคู่แข่ง

อาร์เจนตินา ในฐานะแชมป์เก่ามาด้วยประสบการณ์และเกมรุกที่มีหลายทางออก Lionel Messi ยังเป็นคนคุมจังหวะและจ่ายบอลสุดท้าย อย่างที่โชว์ในรอบรองฯ ด้วยการจ่ายสองประตูพลิกเอาชนะ อังกฤษ 2-1 เสริมด้วย Lautaro Martínez และ Julián Álvarez ในแนวรุกที่ผลัดกันทำประตูสำคัญ หาก อาร์เจนตินา คุมจังหวะเกมและรอจังหวะสวนได้ ก็มีลุ้นเจาะแนวรับ สเปน ในจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว

เกมชี้ชะตาแชมป์โลก

นัดนี้คือการวัดกันระหว่างสองสไตล์ — การครองบอลคุมเกมของ สเปน กับความเก๋าและประสิทธิภาพในจังหวะสำคัญของ อาร์เจนตินา ทีมที่คุมแดนกลางและลงโทษความผิดพลาดของอีกฝ่ายได้ก่อนจะได้เปรียบในการคว้าแชมป์โลก โดยผู้แพ้ในนัดนี้จะจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ส่วนนัดชิงอันดับสามเป็นการพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส กับ อังกฤษ